ร่วมสร้าง
พื้นที่การเรียนรู้ที่ใช่
...สำหรับทุกชุมชน

คู่มือการออกแบบพื้นที่การเรียนรู้สำหรับชุมชน

TK Park พร้อมเป็นพันธมิตรในการออกแบบ
พัฒนาและยกระดับแหล่งเรียนรู้
ให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนทุกวัยอยากเข้ามาเรียนรู้
สร้างสรรค์ และเติบโตไปด้วยกัน

หน่วยงานที่ต้องการออกแบบและสร้าง
พื้นที่การเรียนรู้ที่มีชีวิตในจังหวัด
ของตนเอง สามารถใช้คู่มือนี้
เป็นแนวทางในการสร้างสรรค์
พื้นที่การเรียนรู้สำหรับคนทุกเพศ
ทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน
ให้พวกเขาได้เข้ามาเรียนรู้ เล่นสนุก
และทดลองนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมี
TK Park ซึ่งเป็นองค์กรที่มี
ประสบการณ์ในการพัฒนาพื้นที่เรียนรู้
เป็นพันธมิตรในการออกแบบ

เครือข่าย TK
คือใคร

เราไม่ได้สร้างเพียง
พื้นที่การเรียนรู้
แต่ร่วมสร้างโอกาส
ในการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ให้เกิดขึ้นในทุกพื้นที่

TK Park เป็นองค์กรที่ทำงานร่วมกับ
หน่วยงานท้องถิ่น ภาครัฐ ภาคการศึกษา
และภาคเอกชน เพื่อพัฒนาแหล่งเรียนรู้
ให้เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์
คนทุกวัย พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้
ตลอดชีวิตในแต่ละชุมชน

เราเป็นหน่วยงานภายใต้สำนักงานบริหาร
และพัฒนาองค์ความรู้ (องค์การมหาชน)
ที่เชื่อมั่นในการสร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้
ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้และเชื่อมั่น
ว่าการสร้างพื้นที่การเรียนรู้หรือระบบนิเวศ
ที่ดีจะสามารถสนับสนุนให้ผู้ใช้บริการ
เห็นภาพว่า ตัวเองจะส่งต่อความสร้างสรรค์
ต่อสังคมได้อย่างไร โดยเฉพาะเด็กและ
เยาวชนรุ่นใหม่ ผู้ต้องเติบโตไปพร้อมๆ
กับโลกดิจิทัล ไร้พรมแดน

เครือข่าย TK Park คือกลุ่มหน่วยงาน
ที่ร่วมกันพัฒนาแหล่งเรียนรู้
ของตนเองให้เป็นพื้นที่ที่ผู้คนทุกวัย
เข้ามาเรียนรู้ พบปะ แลกเปลี่ยน
และสร้างสรรค์ร่วมกัน มุ่งมั่นพัฒนา
พื้นที่การเรียนรู้ของตนให้เป็น
“ห้องสมุดมีชีวิต” หรือ Living
Library พื้นที่ซึ่งความรู้ แรงบันดาลใจ
ความคิดสร้างสรรค์ การทดลองและ
ลงมือทำ สามารถเกิดขึ้นได้
ในที่เดียวกันทั่วภูมิภาคในประเทศไทย
โดยสามารถศึกษาแนวทาง
ในการออกแบบพื้นที่การเรียนรู้
เพื่อประเมินความพร้อมในด้านพื้นที่
การบริการ และวิธีการบริหารจัดการ
ทรัพยากรของชุมชนตนเอง รวมถึง
สำรวจกิจกรรมและตัวอย่างของ
พื้นที่การเรียนรู้ที่ดีได้ที่เว็บไซต์แห่งนี้

การสร้างพื้นที่การเรียนรู้มีชีวิต
ต้องเกิดจากบุคลากรคนเก่งในพื้นที่
และสร้างโดยใช้หลักคิด “ผู้ใช้
เป็นศูนย์กลาง” (User-centered)
ให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วมให้มากที่สุด

ไม่ว่าหน่วยงานของคุณจะเพิ่งเริ่มต้น
หรืออยู่ในระหว่างการพัฒนา
แหล่งเรียนรู้ TK Park พร้อมสนับสนุน
ทั้งองค์ความรู้ เครื่องมือ มาตรฐาน
และประสบการณ์จากเครือข่าย
ทั่วประเทศ เพื่อให้หน่วยงานสามารถ
พัฒนาแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะกับบริบท
ของพื้นที่ และเติบโตเป็นศูนย์กลาง
การเรียนรู้ของชุมชนได้อย่างยั่งยืน

6 ขั้นตอน
ในการเข้าร่วม
เครือข่าย

หลักการ ตัวอย่าง และประสบการณ์จริง
ที่จำเป็นในการสร้างห้องสมุดมีชีวิต

  1. 01
  2. 02
  3. 03
  4. 04
  5. 05
  6. 06

ทำความรู้จัก

Get to Know

ประเมินความพร้อม

ของหน่วยงานร่วมกัน

ตกลงร่วมกันเรียบร้อย จึงไปต่อที่ข้อตกลงบันทึกความร่วมมือ (MOU) ระหว่างกัน

การพัฒนา
“พื้นที่การเรียนรู้ท้องถิ่น”
เริ่มต้นจาก “เราทุกคน”

ขั้นตอนนี้
ต้องรู้อะไรบ้าง

แนวคิด
ห้องสมุดมีชีวิต

ก้าวแรกสู่
ห้องสมุดมีชีวิต

ก้าวแรก
สู่ห้องสมุดมีชีวิต

เมื่อหน่วยงานสนใจที่จะสร้าง
พื้นที่การเรียนรู้ร่วมกันกับ
TK Park นี่คือภาพคร่าวๆ
ของกระบวนการเบื้องต้น

เครือข่ายอาจเริ่มทำงาน
โดยการศึกษาเป้าหมายก่อน
เป็นอันดับแรกเมื่อเราเข้าใจ
กลุ่มเป้าหมายและพื้นที่ ก็จะเข้าสู่
กระบวนการคิดเชิงออกแบบ เช่น
การบริการต้องเป็นแบบไหน
พื้นที่มีขนาดเท่าไหร่ลักษณะใด
จึงจะตอบโจทย์ แล้วโปรแกรม
กิจกรรมล่ะ จะออกแบบอย่างไรดี
ให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่
และกลุ่มเป้าหมายหลัก ทรัพยากร
สารสนเทศของเราจะเข้าไปช่วย
สนับสนุนผู้ใช้งานอย่างไรได้บ้าง

การพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้
ให้มีชีวิตชีวาและตอบโจทย์
ผู้ใช้บริการอย่างต่อเนื่อง จำเป็น
ต้องอาศัยการวางแผนที่เหมาะสม
กับบริบทของแต่ละพื้นที่ทั้งด้าน
ทรัพยากร พื้นที่กายภาพ
การบริหารจัดการ งบประมาณ
และความต้องการของชุมชน
เพราะพื้นที่การเรียนรู้ที่ดีไม่ได้มี
รูปแบบตายตัว แต่คือพื้นที่
ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้คน
และสามารถสร้างการเรียนรู้ได้
อย่างยั่งยืน

ประโยชน์ของการเข้าร่วม

หน่วยงานมีความเข้าใจ
ในการออกแบบและพัฒนา
พื้นที่การเรียนรู้ให้เหมาะสม
กับบริบทและความต้องการ
ของพื้นที่

ยกระดับ สร้างอนาคต
ของคนในพื้นที่ให้เข้าถึง
การเรียนรู้ที่ออกแบบ
มาให้สอดคล้องกับ
ความต้องการของพื้นที่

ขยายโอกาสการเรียนรู้
ให้ทุกคนเข้าถึงได้

พัฒนาทักษะแห่งอนาคต
ให้เด็กและเยาวชนในพื้นที่

ชุมชนมีชีวิตชีวา
เพราะมีพื้นที่การเรียนรู้
เชิงสร้างสรรค์ของตัวเอง

พัฒนาจากห้องสมุด
ในความหมายเดิม
สู่ศูนย์กลางการเรียนรู้
ของชุมชน

เชื่อมโยงความรู้ เทคโนโลยี
และวิถีชีวิตเข้าด้วยกัน

แนวคิด
ห้องสมุดมีชีวิต

ห้องสมุดมีชีวิตในประเทศไทย
คืออะไร

ตั้งแต่ก่อตั้ง TK Park ตีโจทย์
ความเป็นห้องสมุดอย่างต่อเนื่อง
โดยศึกษาจากบริบทไทยและโลก
คิดค้นการสร้างต้นแบบ
พื้นที่การเรียนรู้ในรูปแบบ
“ห้องสมุดมีชีวิต” ไปสู่การขยาย
บทบาทในการ “สร้างระบบนิเวศ
การเรียนรู้” ให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ

ภาพจำของห้องสมุดแบบดั้งเดิม
คือการเป็นแหล่งเก็บหนังสือและ
ให้บริการยืม-คืนหนังสือ แต่ใน
ยุคปัจจุบันห้องสมุดควรพัฒนา
บริการที่ผสมผสานการเรียนรู้
เข้าไปในพื้นที่สาธารณะ ทั้งใน
รูปแบบออฟไลน์และออนไลน์
เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ
ของผู้ใช้งานในพื้นที่เป็นหลัก
ดังนั้นการเกิดขึ้นของห้องสมุด
มีชีวิต คือการเปลี่ยนภาพของ
ห้องสมุดที่มีแต่หนังสือให้เป็น
พื้นที่ของการแลกเปลี่ยน
เรียนรู้ รวมผู้คนมาร่วมงาน
สร้างสรรค์ (Co-working and
Learning Spaces) และมอบ
แรงบันดาลใจให้เด็กและเยาวชน
(Makerspace) เป็นคนสู้ฝัน
(Dream Maker) ได้ทดลอง
ลงมือทำผ่านกิจกรรมที่ออกแบบ
ให้เหมาะสมกับพวกเขา

ปัจจุบันประเทศไทยเริ่มออกแบบ
พื้นที่การเรียนรู้อย่างมีสีสันและ
ตรงตามโจทย์ การใช้งานให้ได้
มากที่สุด TK Park ในฐานะผู้มี
ประสบการณ์ในการออกแบบ
พื้นที่การเรียนรู้เห็นว่า ห้องสมุด
ภายใต้การบริหารจัดการของ
เครือข่ายในหลายพื้นที่มีความ
โปร่งโล่ง นุ่มสบาย มีหมอน
และโซฟาไว้สำหรับนั่งเล่นหรือ
ถึงขั้นมีบริการกาแฟและ
อาหารว่าง ทุกคนสามารถเข้าถึง
อินเทอร์เน็ตได้มีห้องประชุม
ห้องเวิร์คช็อป ห้องที่สามารถ
ใช้เสียงได้เต็มที่ รวมถึงการจัด
กิจกรรมต่างๆ ตามความ
เชี่ยวชาญของห้องสมุด

การออกแบบที่หลากหลายและ
ฟังก์ชันการใช้งานที่เพิ่มขึ้นมา
บ่งบอกถึง การให้ความสำคัญกับ
ผู้ใช้งานเป็นหลัก ดังนั้น
ของบางอย่างแค่มีอยู่อย่างเดียว
จึงไม่เพียงพอ เช่น เราอาจมี
หนังสือล้นห้องสมุด แต่ไม่มีระบบ
หรือกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เกิด
การเรียนรู้ตลอดชีวิตภารกิจของ
การสร้างการเรียนรู้อย่างไม่มี
ที่สิ้นสุดก็อาจไม่ประสบผลสำเร็จ

หัวใจสำคัญ

สร้างระบบนิเวศการเรียนรู้เพื่อ พัฒนาศักยภาพของทุกคนในพื้นที่

ปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยและ ความต้องการของผู้ใช้อยู่เสมอ

เข้าถึงการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม

ก้าวไปกับสังคมดิจิทัลอย่างเท่าทัน

พร้อมพัฒนาเป็นศูนย์กลาง
การเรียนรู้ของชุมชน

ตกลงแนวทาง
ความร่วมมือ

Make a Deal

หารือก่อนลงพื้นที่

สำรวจ
ทำเลที่ตั้ง

เลือกรูปแบบที่เครือข่าย
อยากเข้าร่วมก่อนทำ MOU

เครือข่าย TK Park
พัฒนาพื้นที่การเรียนรู้
ทั่วประเทศเพื่อสร้าง
พื้นที่แห่งโอกาสและ
การเรียนรู้ตลอดชีวิต

ขั้นตอนนี้
ต้องรู้อะไรบ้าง

สิทธิประโยชน์
ของเครือข่าย

รูปแบบของ
การเข้าร่วม

รูปแบบของ
การเข้าร่วม

ถึงแม้แต่ละเครือข่ายจะพัฒนา
แหล่งเรียนรู้ตามบริบทของตนเอง
แต่ก็ไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง
เนื่องจากทุกๆ เครือข่ายสามารถ
แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เรียนรู้
จากตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ
และเข้าถึงองค์ความรู้ของ
เครือข่ายทั่วประเทศได้ โดยมี
TK Park เป็นผู้สนับสนุนและ
เชื่อมโยงการเรียนรู้ร่วมกัน

เครือข่ายสามารถเลือกรูปแบบ
ของการเข้าร่วมได้ตาม
ความเหมาะสมเพื่อความ
สอดคล้องกับความพร้อมและ
ศักยภาพของพื้นที่การเรียนรู้
ในจังหวัดของตน โดย TK Park
มีรูปแบบการเข้าร่วมที่สามารถ
ยืดหยุ่นได้ตามลักษณะเฉพาะ
ของหน่วยงาน

โดยมีทั้งหมด 3 รูปแบบ ดังนี้

เต็มรูปแบบ

พัฒนา
และต่อยอด

พันธมิตร
การเรียนรู้

เต็มรูปแบบ

สำหรับหน่วยงานที่ต้อง
การเดินตามรอย TK Park ทั้งใน
ด้านพื้นที่ บริการ การบริหาร
จัดการแบบครบจบทุก
องค์ประกอบแผนนี้เหมาะกับ
เครือข่ายที่ต้องการนำระบบเต็ม
รูปแบบของ TK Park ไปใช้ และใช้
คำว่า TK Park นำหน้าชื่อจังหวัด
ของตนเอง เช่น TK Park ยะลา

Absolute Plan

เพื่อให้เห็นภาพของรูปแบบนี้
ชัดเจนยิ่งขึ้น

สิ่งที่หน่วยงานและ TK Park
ต้องเตรียมมีดังนี้

หน่วยงาน

1

ที่ดิน อาคาร

2

การก่อสร้าง ตกแต่ง

3

ครุภัณฑ์สำนักงาน ครุภัณฑ์
เกี่ยวกับระบบห้องสมุดอัตโนมัติ

4

บุคลากรเพื่อบริหารจัดการ

5

หนังสือและสื่อรายปี

6

ทรัพยากรสำหรับการบริการ

7

งบประมาณในด้านต่างๆ

TK Park

1

กิจกรรมสำรวจ
ความต้องการ
และระดมความเห็น

2

ถ่ายทอดองค์ความรู้
ให้บุคลากร

3

ฝึกอบรมบุคลากรและ
ฝึกปฏิบัติงานจริง

4

หนังสือและสื่อการเรียนรู้
ตามงบประมาณรายปี

5

ระบบบริหารห้องสมุดอัตโนมัติ
และระบบสมาชิก

6

กิจกรรมส่งเสริมการอ่าน
กิจกรรมร่วมกับ TK Park
ที่กรุงเทพฯ และเครือข่าย

7

ประชาสัมพันธ์กิจกรรมทั้ง ทาง
ช่องทางออนไลน์และ ออฟไลน์

8

ติดตามประเมินผลเครือข่าย

ตัวอย่าง

พัฒนา
และต่อยอด

สำหรับหน่วยงานที่ต้องการ
นำองค์ประกอบของ TK Park
ไปใช้กับพื้นที่การเรียนรู้เดิมให้
หลากหลายและทันสมัยมากขึ้น
อาจนำจุดเด่นบางด้านไปใช้
ร่วมกับการบริหารจัดการเดิม
หรือเติมฟังก์ชันให้พื้นที่การเรียนรู้
สนุกขึ้น แผนนี้เหมาะกับเครือข่าย
ที่ต้องการยกระดับห้องสมุดหรือ
พื้นที่การเรียนรู้ในชุมชนและ
ต้องการให้ TK Park เข้ามา
ร่วมออกแบบและพัฒนาพื้นที่
การเรียนรู้ ให้ตอบโจทย์ผู้คน
ในพื้นที่

Basic Plan

พันธมิตร
การเรียนรู้

สำหรับหน่วยงานที่ต้องการ
นำแนวคิดห้องสมุดมีชีวิตไปใช้
เน้นกิจกรรมสร้างสรรค์
แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แผนนี้
เหมาะกับเครือข่ายที่อาจจะมี
พื้นที่การเรียนรู้เดิม (หรืออยู่
ภายใต้หน่วยงานอื่น) ไม่ได้ใช้
ระบบของ TK Park แต่ต้องการ
นำกิจกรรมรายปี หรือนวัตกรรมบางอย่างของ TK Park ไปปรับใช้

Conceptual Plan

สิทธิประโยชน์
ของเครือข่าย

ทุกอย่างต้องเริ่มจาก
“ความพร้อมของเครือข่าย”
เนื่องจากความแตกต่างในบริบท
ทางกายภาพและการบริหาร
จัดการของหน่วยงานเจ้าภาพ
ดังนั้นการหารือร่วมกันจึงเป็น
กระบวนการสำคัญที่จะทำให้
หน่วยงานในฐานะเครือข่าย
TK Park เข้าใจและต่อยอดได้ว่า
การสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เป็น
หัวใจของชุมชนต้องการอะไร
ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง
โดยตัวอย่างด้านล่างเหล่านี้
คือเครื่องมือที่ทาง TK Park
สามารถให้คำแนะนำตามความ
เหมาะสมอย่างเต็มกำลัง

โมเดลพื้นที่
การเรียนรู้

โมเดลพื้นที่การเรียนรู้
พร้อมใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นโมเดล
ด้านการออกแบบพื้นที่
การบริการ การบริหารจัดการ

คอนเทนต์
และกิจกรรม

TK Park รวบรวมแนวคิดและ
รูปแบบกิจกรรมที่ผ่านการพัฒนา
และทดลองใช้งานจากพื้นที่
การเรียนรู้ทั่วประเทศ เพื่อให้
หน่วยงานสามารถนำไปประยุกต์
ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับบริบท
ของตนเอง ทั้งกิจกรรมส่งเสริม
การอ่าน การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์
เวิร์กช็อป การเรียนรู้ผ่านการเล่น
ตลอดจนกิจกรรมที่ช่วยสร้าง
การมีส่วนร่วมของคนในชุมชน
โดยสามารถเลือกปรับรูปแบบ
ระยะเวลา และกลุ่มเป้าหมาย
ให้สอดคล้องกับศักยภาพ
ของพื้นที่ได้

ระบบ
และเครื่องมือ

ระบบและเครื่องมือ
เพื่อช่วยให้การทำงาน
สะดวกสบายขึ้น

ระบบและเครื่องมือที่จะได้รับ

มี 4 ระบบ ดังนี้

ระบบห้องสมุด
อัตโนมัติ
(TK Lib)

โปรแกรมพื้นฐานที่ช่วย
บรรณารักษ์จัดการทรัพยากร
อัตโนมัติภายในพื้นที่
การเรียนรู้อย่างครอบคลุม
การบริหารจัดการ การจัดเก็บ เลือกสรร จัดหา
การประมวลผลและเรียบเรียง
การจัดเก็บและค้นคืน
การให้บริการและการเผยแพร่

My TK

แอปพลิเคชันที่รวบรวม
บริการของ TK Park ไว้ใน
ที่เดียว สมาชิกสามารถเข้าถึง
บริการห้องสมุดและกิจกรรม
ต่างๆ ได้อย่างสะดวกสบาย
ผ่านสมาร์ตโฟน
ไม่ว่าจะเป็นการค้นหา
การจองหนังสือ การสมัคร
เข้าร่วมกิจกรรม โดยสามารถ
ใช้บัตรสมาชิกดิจิทัล
(QR Code) ตรวจสอบข้อมูล
สมาชิก และเชื่อมต่อบริการ
อ่านหนังสือออนไลน์
(TK Read) ได้ทุกที่ทุกเวลา

บริการ
ส่งหนังสือ
(TK Delivery)

บริการส่งหนังสือถึงมือผู้อ่านผ่านไปรษณีย์

แพลตฟอร์ม
TK Read

แอปพลิเคชันห้องสมุดดิจิทัล
ของ TK Park ที่รวบรวม
อีบุ๊ก อีแม็กกาซีน หนังสือ
เสียง หรือแม้กระทั่ง
คอร์สออนไลน์ไว้ในที่เดียว

เวิร์กช็อป
พัฒนา
บุคลากร

จัดอบรมกระบวนการพัฒนา
ศักยภาพบุคลากรผ่านการ
ฝึกปฏิบัติงาน
(On-the-Job Training)
ก่อนเปิดบริการเกี่ยวกับ
การทำงานหลังบ้าน
ที่ครอบคลุมทุกด้าน

On-the-Job Training

มีรายละเอียดเบื้องต้นดังนี้

ขั้นตอนที่ 1

อบรมความรู้ด้านบรรณารักษ์
และการบริหารจัดการ
ห้องสมุด เสริมสร้าง
องค์ความรู้พื้นฐาน
ที่จำเป็นสำหรับการดำเนิน
งานห้องสมุด เช่น การพัฒนา
ทรัพยากรสารสนเทศ
การคัดเลือกหนังสือ
และสื่อการเรียนรู้

ขั้นตอนที่ 2

อบรมการใช้งานระบบ
ห้องสมุดอัตโนมัติและระบบ
สมาชิก พัฒนาทักษะ
การใช้งานระบบห้องสมุด
อัตโนมัติและเครื่องมือดิจิทัล
ที่ใช้ในการบริหารจัดการ
ห้องสมุด เช่น การยืม–คืน
ทรัพยากร

ขั้นตอนที่ 3

อบรมกิจกรรมส่งเสริม
การเรียนรู้และแนวทาง
การจัดกิจกรรม เสริมสร้าง
ความรู้และทักษะในการ
ออกแบบและดำเนินกิจกรรม
ให้สอดคล้องกับบริบทของ
พื้นที่และกลุ่มเป้าหมาย
และสร้างการมีส่วนร่วม
กับทุกภาคส่วนในพื้นที่
ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน
ภาคประชาสังคม สถานศึกษา
และชุมชน

ขั้นตอนที่ 4

อบรมด้านการประชาสัมพันธ์
และการใช้อัตลักษณ์ของ
องค์กร (Corporate
Identity: CI) ของ TK Park
พัฒนาความรู้ความเข้าใจ
เกี่ยวกับการสื่อสาร
ประชาสัมพันธ์ การสร้าง
การรับรู้และภาพลักษณ์
องค์กรให้สอดคล้องกัน
เช่น การจัดทำสื่อ
ประชาสัมพันธ์ การใช้งาน
ตราสัญลักษณ์ สี รูปแบบ
ตัวอักษร และองค์ประกอบ
การสื่อสารต่างๆ

ขั้นตอนที่ 5

เรียนรู้งานบริการจากพื้นที่
ต้นแบบต่างๆ ของ TK Park
เรียนรู้การปฏิบัติงานจริง
จากอุทยานการเรียนรู้
TK Park ชั้น 8 ศูนย์การค้า
เซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งเป็นพื้นที่
ต้นแบบ โดยสังเกตการณ์และ
ฝึกปฏิบัติงานภายใต้การดูแล
ของเจ้าหน้าที่ผู้มี
ประสบการณ์ เพื่อให้บริการ
ผู้ใช้งานได้อย่างตรงจุด
รวมถึงการบริหารจัดการ
พื้นที่การเรียนรู้ และปัญหา
เฉพาะหน้าต่างๆ

ออกแบบพื้นที่
และบริการ

Design Your Space

จัดการสนทนากลุ่ม
(Focus Group) ของผู้มี
ส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ชุมชน
หน่วยงานรัฐและเอกชน
เพื่อทำความเข้าใจลักษณะ
ของพื้นที่ และสร้างความรู้สึก
เป็นเจ้าของในพื้นที่
การเรียนรู้

จัดทำแผนภูมิเพื่อระบุ
ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
(Stakeholders Map)
เพื่อเชิญชวนให้เข้ามามี
ส่วนร่วมตั้งแต่แรก

วิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานชุมชน
เป็นสารตั้งต้นเพื่อแตกย่อย
รายละเอียดที่ต้องพัฒนา
เช่น ปัญหาสิ่งแวดล้อมใน
พื้นที่แหล่งทรัพยากร
สัดส่วนของครัวเรือน
ที่มีเด็กอายุ 0-6 ปี

ศึกษาข้อมูลรอบด้าน
เกี่ยวกับพื้นที่ เช่น
ยุทธศาสตร์จังหวัด
แผนพัฒนาภาค
หรือแผนพัฒนาท้องถิ่น
ในระยะ 3-5 ปี

ออกไปศึกษาดูงานพื้นที่
การเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง

สรุปรูปแบบของพื้นที่
บริการ และแนวทางการ
ออกแบบ

หัวใจของการออกแบบ
พื้นที่การเรียนรู้ คือ
พื้นที่ (Space) ที่ยืดหยุ่น
บริการ (Service) ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้
และการบริหาร (Management)
และบุคลากรที่พร้อมขับเคลื่อน
ซึ่งเป็นหัวใจของห้องสมุดมีชีวิต

ขั้นตอนนี้
ต้องรู้อะไรบ้าง

หลักการ
ออกแบบพื้นที่

ตัวอย่าง
สร้างแรงบันดาลใจ

แนวทาง
การบริหาร
จัดการ
พื้นที่เรียนรู้

แนวทาง
การบริหาร
จัดการ
พื้นที่เรียนรู้

การพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้
อย่างยั่งยืนจำเป็นต้องผสาน
การออกแบบพื้นที่ที่ยืดหยุ่นและ
หลากหลาย เครือข่ายต้องเข้าใจ
ผู้ใช้อย่างถ่องแท้ และจัดระบบ
การบริหารที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่
ไปกับการเลือกสรรแนวทาง
ที่เหมาะสมกับศักยภาพของตน

โดยองค์ประกอบที่สำคัญ
ในการวางแผนเพื่อพัฒนา
พื้นที่การเรียนรู้

มีอยู่ 4 ด้าน ประกอบด้วย

หน่วยงาน
เจ้าภาพ

ทำเลที่ตั้ง

หนังสือ
และสื่อ

งบประมาณ

หน่วยงาน
เจ้าภาพ

เป็นใครได้บ้าง

ไม่ว่าหน่วยงานลักษณะไหน
ก็สามารถเข้าร่วมเครือข่าย
TK Park ได้ ตราบใดที่สนใจและ
ต้องการสร้างพื้นที่การเรียนรู้
ในชุมชนของตัวเอง และอยากให้
คนในพื้นที่ได้เข้าถึงความรู้
ทรัพยากร เพื่อพัฒนาตัวเอง
อย่างไม่มีที่สิ้นสุด

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
TK Park ร่วมงานกับทั้ง
หน่วยงานรัฐและ องค์กรไม่แสวง
ผลกำไร ตั้งแต่ องค์การบริหาร
ส่วนจังหวัด องค์การบริหาร
ส่วนตำบล เทศบาลตำบล
เมือง นคร กระทรวง กรม
หน่วยงานด้านการศึกษา
มูลนิธิ สหกรณ์ และสมาคม

หน่วยงานเอกชน มักจะร่วมงาน
กับ TK Park ในหลายรูปแบบ เช่น
สร้างพื้นที่การเรียนรู้ซึ่งเป็น
เป้าหมายหลัก สนับสนุน
การเรียนรู้นอกห้องเรียน
ในรูปแบบต่างๆ หรือนำข้อมูล
ของพื้นที่การเรียนรู้ไปเป็น
ส่วนหนึ่งของแผนการทำ CSR
ของบริษัท

ทำเลที่ตั้ง

หากจะสร้างพื้นที่การเรียนรู้
สักที่ ทำเลที่ตั้งต้องมีคุณสมบัติ
พื้นฐานที่เหมาะกับ จุดประสงค์
ของการสร้าง ไม่ว่าจะเป็นการเป็น
พื้นที่สาธารณะ (Public Space)
ที่สร้างการมีส่วนร่วมของคน
ในชุมชน จุดนัดพบปะสังสรรค์
พื้นที่อบรมพัฒนาทักษะ หรือ
เมกเกอร์สเปซ (Makerspace)
ดังนั้นพื้นที่การเรียนรู้ควรคิดถึง
กลุ่มเป้าหมายก่อน และควร
ตั้งอยู่บริเวณใจกลางเมือง
และอยู่ใกล้กับชุมชน ผู้ใช้บริการ
จะได้เข้าถึงง่ายและเดินทางสะดวก

ทำเลที่ตั้งสำคัญขนาดไหน
ส่งผลดีแค่ไหน

คำตอบอาจอยู่ที่เป้าหมายและ
วิสัยทัศน์ของผู้สร้าง พื้นที่
การเรียนรู้สามารถสร้างอนาคต
ของผู้ประกอบการหน้าใหม่
นวัตกร หรือครีเอทีฟได้ไหม
บริการของภาครัฐสามารถมัดรวม
กันไว้ในนี้จนกลายเป็นการให้
บริการแบบเบ็ดเสร็จ
(One-stop Service) แบบที่
ประชาชนได้รับความสะดวกสบาย
ในการเข้าถึงบริการพื้นฐาน
หรือเปล่า?

เมืองอาร์ฮุส เดนมาร์ก
มีห้องสมุดประชาชน Dokk1
ซึ่งได้รับการออกแบบในฐานะ
ศูนย์กลางขนาดใหญ่ของชุมชน
ตรงใจกลางเมือง แถมยังตั้งอยู่
ริมน้ำ มีขนาดกว้างขวางและ
สวยงาม เข้าถึงง่าย เหมาะกับ การ
จัดกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ
เพราะอาร์ฮุสให้ความสำคัญกับ
ความรู้ วัฒนธรรม และการรวม
กลุ่มชุมชน

ห้องสมุด Oodi ของประเทศ
ฟินแลนด์ก็เช่นกัน นี่คือพื้นที่
สาธารณะที่มีบริการผสมผสาน
อย่างครอบคลุม คือมีทั้งห้องสมุด
แบบดั้งเดิมพร้อม บริการใหม่ๆ
ที่ก้าวไปพร้อมกับยุคสมัย เช่น
ห้องนิทาน (Children's story
room) หรือสนามเด็กเล่น
สาธารณะบนระเบียงชั้น 3
ของห้องสมุด พื้นที่สำหรับเด็ก
และครอบครัว ซึ่งตอบโจทย์
ความต้องการของชุมชน
ที่ต้องการพื้นที่ สาธารณะสำหรับ
เด็กและครอบครัว
(Services for Families)
ที่เข้าถึงได้

ห้องสมุดกลายเป็นสิ่งที่เรา
เรียกว่า Third Place หรือพื้นที่
ที่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต
คนในเมือง สองโครงการนี้
จึงเกิดขึ้นโดยมีทำเลที่ตั้ง
เป็นหัวใจ

เกณฑ์การพิจารณาทำเลที่ตั้ง
ที่เหมาะสม สอดคล้องกับการ
พัฒนาเมือง

เข้าถึงง่าย ปลอดภัย ไม่เปลี่ยว

เดินทางสะดวก รองรับทั้ง
รถส่วนตัวและสาธารณะ

อยู่ใกล้ระบบขนส่งสาธารณะและ
พื้นที่การเรียนรู้อื่นๆ เดินด้วยเท้า
ไม่เกิน 400-500 เมตรจาก
จุดจอดรถ

อยู่ในย่านชุมชน ย่านค้าขาย
หรือริมถนนสายหลัก

อยู่ใกล้กับโรงเรียนหรือสถาบัน
การศึกษา

หากอยู่ในอาคารหลายชั้น
ควรตั้งอยู่ชั้นล่างสุด

มีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรม
ทั้งภายในและภายนอก

มีศักยภาพในการขยายพื้นที่
ในระยะยาว

ตัวอย่าง

อุทยาน
การเรียนรู้ยะลา

ตั้งอยู่ใจกลางเมือง บริเวณลาน
กีฬา ศูนย์เยาวชน ศูนย์ผู้สูงอายุ
รายล้อมไปด้วยร้านค้าและ
ที่อยู่อาศัย

อุทยาน
การเรียนรู้ศรีสะเกษ

ตั้งอยู่บนถนนสายหลักของเมือง
รายล้อมด้วยสถาบันการศึกษา
ตั้งแต่โรงเรียนอนุบาลจนถึง
สถาบันอุดมศึกษา

อุทยาน
การเรียนรู้
แม่ฮ่องสอน

ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ย่านธุรกิจ
ย่านค้าขาย ที่อยู่อาศัย และภายใน
ยังเป็นศูนย์ไอซีที และพื้นที่เรียนรู้
ของวิทยาลัยชุมชนแม่ฮ่องสอน

หนังสือ
และสื่อ

หนังสือและสื่อที่หลากหลายทำให้
เกิดการเรียนรู้ที่หลายหลาก
ตามความสนใจของผู้ใช้บริการ
เนื่องจากหนังสือและสื่อ
เป็นตัวกลางสำคัญที่หน่วยงาน
สามารถจัดหมวดหมู่เพื่อสร้าง
การเรียนรู้โดยไม่ตั้งใจและ
สอดแทรกไปกับการทำกิจกรรม
รูปแบบต่างๆ ได้

หลักการคัดเลือก

จัดหาหนังสือตามแนวทาง
การคัดเลือก หนังสือสำหรับ
เด็กแต่ละช่วงวัย

จัดหาประเภทของหนังสือ
ให้มีความหลากหลาย
ทันสมัย และเพียงพอ เช่น
วารสาร สื่อมัลติมีเดีย

คำนึงถึงความสนใจของ
กลุ่มผู้ใช้งานและ
สภาพแวดล้อมเป็นหลัก

จัดชั้นหนังสือให้ดึงดูด
ความสนใจเด็ก เช่น
วางหนังสือหันหน้าปกออก
หมั่นเปลี่ยนหนังสือ
เป็นหนังสือออกใหม่
หรือหนังสือแนะนำ

จัดเก็บหนังสือ สื่อการเรียนรู้
และวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ
ในสถานที่ ที่เหมาะสม

ดูแลบำรุงรักษาทรัพยากร
ให้ดีพร้อมใช้งานอยู่เสมอ

งบประมาณ

งบประมาณมักจะเป็นประเด็น
แรกๆ ที่เครือข่ายต้องการทราบ
ข้อมูล โดยหน่วยงานต้องวางแผน
เรื่องการจัดสรรงบประมาณ
อย่างเหมาะสม เพราะนอกจาก
งบประมาณด้านการก่อสร้าง
พื้นที่การเรียนรู้ซึ่งเป็นงบประมาณ
หลัก ยังต้องคำนึงถึงงบประมาณ
ดำเนินการในแต่ละปีด้วย

หลักการ
ออกแบบ
พื้นที่

พื้นที่การเรียนรู้ที่มี ผู้ใช้งานหลากหลาย
ไม่ว่าจะเป็นเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษาผู้สูงอายุ
ควรคำนึงถึง 3
องค์ประกอบหลัก ในการออกแบบ ดังนี้

ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง
(User-centered Design)

รองรับการเรียนรู้
ที่หลากหลาย

(Learning Diversity)

ปรับเปลี่ยนอย่างยืดหยุ่น
(Flexible Space)

ประเภท
ของพื้นที่

บรรยากาศและสภาพแวดล้อม
ที่ดีสามารถ ส่งเสริมการเรียนรู้
ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

พื้นที่การเรียนรู้
สามารถจัดแบ่งออกเป็น

5 ประเภท

1

พื้นที่สตูดิโอ

หน่วยงานสามารถออกแบบให้พื้นที่เป็นห้องปิด
สำหรับทำกิจกรรมกลุ่มส่วนตัว และเป็นสัดส่วน
อย่างชัดเจน ผู้ใช้บริการจึงสามารถใช้งานได้โดย
ไม่รบกวนคนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง (เนื่องจากมีการ
ใช้งานร่วมกับพื้นที่อื่นค่อนข้างน้อย) และออกแบบให้
มีความยืดหยุ่นต่อการใช้งานสำหรับกิจกรรมต่างๆ
โดยสามารถปรับผังเฟอร์นิเจอร์ติดตั้งและจัดเก็บ
อุปกรณ์ได้สะดวก

Studio Area

กิจกรรม

อ่านหนังสือเป็นกลุ่มเพื่อติวสอบ

ห้องประชุมออนไลน์

เสวนาสมาคม

กิจกรรมเข้าจังหวะ

ฝึกดนตรี

พื้นที่สตูดิโอ

2

พื้นที่แบ่งปันนั่งทำงาน

หัวใจสำคัญคือการใช้งานพื้นที่ร่วมกันของผู้ใช้บริการ
ส่วนใหญ่แล้วกิจกรรม ในพื้นที่นี้เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้
สมาธิ มีระยะเวลานานและต่อเนื่องหน่วยงานสามารถ
ออกแบบให้พื้นที่อยู่ห่างจากเส้นทางสัญจรหลัก
หรือพื้นที่กิจกรรมที่ส่งเสียงรบกวน ควรใช้ผัง
แบบเปิด (Opened Plan) ซึ่งเป็นพื้นที่ในลักษณะ
เปิดโล่ง ไม่มีผนังทั่วทั้งพื้นที่ หากมีพื้นที่ค่อนข้างใหญ่
ควรแบ่งเป็นพื้นที่ย่อยเพื่อความสะดวกในการใช้งาน
และบริหารจัดการ

Co-working Area

กิจกรรม

กักตัวอ่านคนเดียว

นั่งเครียดทำการบ้าน

อินนิยายการ์ตูน

พื้นที่แบ่งปันนั่งทำงาน

3

พื้นที่ผ่อนคลายเป็นกันเอง

พื้นที่นี้รับรองการใช้งานที่หลากหลายจากผู้ใช้บริการ
ทุกกลุ่ม ดังนั้นการจัดพื้นที่ควรเป็นพื้นที่ย่อยหลาย
รูปแบบ เช่น จัดมุมหนังสือ มุมเด็กเล็ก มุมพูดคุย
ผ่อนคลาย และเข้าถึงง่ายทั้งจากภายนอก และ
พื้นที่อื่น บรรยากาศโดยรวมควรมีความคึกคัก
และมีชีวิตชีวา เห็นการเรียนรู้ที่หลากหลาย และ
ความเคลื่อนไหวของผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะเป็น
กลุ่มครอบครัว เด็กเล็ก หรือผู้สูงอายุ

Friendly-comfort Area

กิจกรรม

เรียนออนไลน์

คิดงานสร้างสรรค์

เล่นบอร์ดเกม

คุยเข้มสภากาแฟ

เด็กน้อยนั่งเล่น

พื้นที่ผ่อนคลายเป็นกันเอง

4

พื้นที่สะดวก กิจกรรมสบาย

พื้นที่ต้อนรับที่ควรออกแบบให้มีบรรยากาศที่เป็นมิตร
สร้างความรู้สึกเป็นกันเองให้ผู้ใช้บริการ อยู่ใน
ตำแหน่งที่เข้าถึงง่ายจากภายนอก โดยให้พื้นที่
บางส่วนอยู่บริเวณกึ่งภายนอกอาคาร ผู้ใช้บริการ
ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของห้องสมุด อาจเข้ามาใช้บริการ
บางส่วนได้

Chilling out Area

กิจกรรม

คุยง่ายเคล้าเสียงดนตรี

คิดงานสร้างสรรค์สบายๆ

เวิร์กช็อปหลากหลาย

ฝึกดนตรี

ชมนิทรรศการ

เล่นมือถือรอคนมารับ

อุดหนุนร้านค้าสวัสดิการ

ร่วมกิจกรรมกับชุมชน

อ่านนิตยสารฆ่าเวลา

เสวนาสมาคม

พื้นที่สะดวก กิจกรรมสบาย

5

พื้นที่สำนักงาน

หน่วยงานสามารถออกแบบพื้นที่สำนักงาน
ให้มีเพียงพื้นที่เดียว หรือกระจายเป็น 2-3
พื้นที่ย่อย โดยสามารถแบ่งประเภทหลักๆ
ได้เป็นพื้นที่สำนักงานต้อนรับและพื้นที่บริหาร

การออกแบบพื้นที่สำนักงานต้อนรับควรให้
ความสำคัญกับตำแหน่งและความครอบคลุม
ของพื้นที่บริการให้ข้อมูลประชาสัมพันธ์
การสมัครและบริหารงานสมาชิก การติดต่อ
กับพันธมิตรและผู้สนใจทำกิจกรรมในพื้นที่
โดยรวมคือให้เน้นบริการอำนวยความสะดวก
ให้พื้นที่ในรูปแบบต่างๆ

การออกแบบพื้นที่สำนักงานบริหารควรให้
ความสำคัญกับสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริม
ประสิทธิภาพของการทำงานของเจ้าหน้าที่
ฝ่ายสนับสนุน เช่น ฝ่ายบริหาร ฝ่ายธุรการ
โดยอาจแยกเส้นทางออกมาเพื่อประสิทธิภาพ
ในการดูแลรักษาและความปลอดภัย

พื้นที่นี้ควรออกแบบให้มีพื้นที่เก็บอุปกรณ์
สำหรับการทำกิจกรรม ในพื้นที่สตูดิโอ
และพื้นที่นั่งทำงานด้วย เช่น อุปกรณ์เวที
เครื่องเสียง เฟอร์นิเจอร์

ตัวอย่าง
หลากหลาย
รูปแบบ

พื้นที่การเรียนรู้สามารถออกแบบ
ให้มีฟังก์ชัน และบริการที่
หลากหลายตามความต้องการ
ของผู้ใช้งานและบริบทของแต่ละ
พื้นที่โดยหน่วยงานสามารถเลือก
ประยุกต์ใช้หรือเพิ่มเติม
องค์ประกอบต่างๆ ให้เหมาะสมกับ
ขนาดพื้นที่ งบประมาณ และ
เป้าหมายการให้บริการของตนเอง

พื้นที่บริการ

ห้องสมุดมีชีวิต

ห้องเด็ก

ห้องเงียบ

Mind Room

ห้องสมุดไอที

ห้องสมุดดนตรี

พื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมหรือเช่า

ห้องฉายภาพยนตร์

ลานสานฝัน

ศูนย์การเรียนรู้อเนกประสงค์

พื้นที่ใช้สอยภายในอาคาร

มุมอาหารเครื่องดื่ม

ห้องน้ำ

ที่จอดรถ

เคาน์เตอร์บริการลูกค้า

ห้องอื่นๆตามบริบทพื้นที่

สิ่งอำนวยความสะดวก

คำแนะนำ

ควรเตรียมจัดซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกให้พร้อมเพื่อช่วยให้การจัดซื้อจัดจ้าง ง่ายขึ้น เนื่องจากสามารถตั้งงบประมาณรวมในงบลงทุนได้

ชั้นวางรองเท้า

จุดบริการฝากสัมภาระ

จุดวางคืนหนังสือ

เครื่องยืม-คืนหนังสืออัตโนมัติ

ตู้บริการน้ำดื่มอัตโนมัติ

เครื่องบริการอัตโนมัติ

ข้อ
แนะนำในการ
ออกแบบ
พื้นที่

นอกจากการกำหนดประเภทของพื้นที่แล้ว
รายละเอียดด้านการออกแบบ
และมาตรฐานการใช้งานยังเป็น
องค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้พื้นที่
การเรียนรู้ใช้งานได้อย่าง
มีประสิทธิภาพ ปลอดภัย
และรองรับผู้ใช้บริการทุกกลุ่ม
โดยหน่วยงานสามารถ
นำแนวทางต่อไปนี้ไปปรับใช้ให้
เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่

คำแนะนำ

สัดส่วนพื้นที่

มาตรฐานเฟอร์นิเจอร์

ระบบไฟฟ้า
และเทคโนโลยี

มาตรฐาน
ระบบแสงสว่าง

การควบคุมเสียง
ในพื้นที่อ่าน

การออกแบบเพื่อทุกคน (Universal Design)

การสร้างบรรยากาศ

ตัวอย่าง
สร้าง
แรงบันดาลใจ

ประสบการณ์ในการสร้าง
ห้องสมุดกว่า 20 ปีของ
TK Park

ทำให้เราเข้าใจว่าการเรียนรู้
ในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก

การอ่านหนังสือหรือเรียนรู้
ในห้องสมุดแบบดั้งเดิมอาจ
ไม่เพียงพออีกต่อไป
TK Park จึงสร้างสรรค์
เพลย์สเปซ (Play Space)
พื้นที่การเรียนรู้ขนาด
330 ตารางเมตร ณ ชั้น 8
ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ขึ้นมา
เพื่อตอบโจทย์การเรียนรู้สมัยใหม่
ที่อยู่ภายใต้แนวคิดพื้นที่สนุกเชื่อมผู้คน (Your Community
Playground) และเป็นตัวอย่าง
ในการสร้างแรงบันดาลใจ
ให้หน่วยงานทั่วไทยที่ต้องการ
สร้างพื้นที่การเรียนรู้ในรูปแบบ
ของตนเอง

SubSectionThree

เพลย์สเปซ
(Play Space)

TK Park ไม่ได้เป็นเพียงอาคาร
ที่แบ่งเป็นหลายห้อง แต่เป็นพื้นที่
การเรียนรู้ที่ออกแบบให้รองรับ
ประสบการณ์การเรียนรู้หลายรูปแบบ
โดยแต่ละโซนมีบทบาทต่างกันและ
เชื่อมต่อกัน เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือก
เรียนรู้ เล่น สร้างสรรค์ และพบปะผู้คน
ได้ตามความสนใจ

ความสนุก
คือจุดเริ่มต้นของ
การเรียนรู้ที่มีความหมาย

เพลย์สเปซ
(Play Space)

พื้นที่การเรียนรู้รูปแบบใหม่
ที่ออกแบบ โดยยึดผู้ใช้เป็น
ศูนย์กลาง และเปิดโอกาสให้ผู้คน
ได้เรียนรู้ผ่านการเล่น พบปะ
แลกเปลี่ยน และต่อยอด
ความสนใจร่วมกัน
ภายใต้แนวคิดที่ว่า “ความสนุก
คือจุดเริ่มต้น ของการเรียนรู้
ที่มีความหมาย”


โดยทำหน้าที่เป็นพื้นที่ทดลอง
เชื่อมโยงผู้คนหลากหลายกลุ่ม
ให้มาพบกัน จนกลายเป็นชุมชน
การเรียนรู้ที่มีชีวิต และเป็น
ต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่
เรียนรู้ในอนาคต

หากจะบอกว่าเพลย์สเปซ
เป็นสนามเด็กเล่นของชุมชน
(Community Playground)
ก็คงจะไม่ผิดนัก
เพราะที่นี่
มีโซนการใช้งานที่ถูกออกแบบ
ให้รองรับกิจกรรมหลากหลาย
จนลืมเวลา

หน่วยงานสามารถศึกษาพื้นที่
การทดลองรูปแบบใหม่ และนำไป
ปรับใช้ในการออกแบบพื้นที่
การเรียนรู้ของตนเอง โดยพื้นที่
ที่ดีจะต้องทำหน้าที่เป็นตัวกลาง
เชื่อมโยงผู้คนให้เข้ามาใช้งาน
และมีโซนต่างๆ ที่ตอบโจทย์
กลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง

SubSectionThree
เพลย์สเปซ
โซนการ์ตูนและสื่อสร้างสรรค์

โซนการ์ตูนและสื่อสร้างสรรค์

โซนเกมคอนโซล

โซนเกมคอนโซล

โซนดนตรี

โซนดนตรี

โซนพื้นที่ส่วนกลาง

โซนพื้นที่ส่วนกลาง

"การเปิดเพลย์สเปซในต้นปี
พ.ศ. 2569 คือความตั้งใจมอบ
เป็นของขวัญปีใหม่แก่
พี่น้องชาวไทย เราอยากเห็นพื้นที่นี้
เป็นจุดเริ่มต้นของชุมชนคนรุ่นใหม่
ที่จะช่วยกันขับเคลื่อนกรุงเทพฯ
ให้เป็นเมืองแห่งการเรียนรู้ที่
สนุกสนาน และเข้าถึงได้สำหรับ
ทุกคนอย่างแท้จริง"

นายวัฒนชัย วินิจจะกูล
รักษาการผู้อำนวยการ
สถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Park
SubSectionThree

ก่อสร้างพื้นที่

Construction Process

หน่วยงานดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง
สถาปนิกและผู้รับเหมาเพื่อ
1) ก่อสร้างอาคาร
2) พัฒนาปรับปรุงจาก
พื้นที่เดิม

ดำเนินการก่อสร้าง

การก่อสร้างไม่ใช่เพียง
การสร้างอาคาร
แต่คือการสร้างพื้นที่
ที่พร้อมรองรับ
การเรียนรู้ของชุมชน

ส่วนนี้จะเป็นบทบาทหน้าที่ของ
หน่วยงานเจ้าภาพในการดำเนิน
การก่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้
โดยหลังจากที่ได้หารือและ
ทำความเข้าใจพื้นที่ ศักยภาพ
และเงื่อนไขของตนเอง
อย่างละเอียด หน่วยงานจะเริ่ม
ประสานงานกับสถาปนิกและ
ผู้รับเหมาเพื่อก่อสร้างพื้นที่
การเรียนรู้หรือห้องสมุดมีชีวิต
ให้เป็นรูปเป็นร่าง ขึ้นมา

*ระยะเวลาและรายละเอียดในการ
ก่อสร้างขึ้นอยู่กับบริบทของพื้นที่นั้นๆ

ขั้นตอนนี้
ต้องรู้อะไรบ้าง

แนวทาง
การจัดสรร
งบประมาณ

แนวทาง
การจัดสรร
งบประมาณ

งบประมาณเป็นหนึ่งในปัจจัย
สำคัญที่มีผล ต่อการสร้างพื้นที่
การเรียนรู้ หน่วยงานจึงต้อง
บริหารจัดการงบประมาณอย่าง
มีประสิทธิภาพ และควรพึ่งพา
แหล่งงบประมาณจาก
หลากหลายที่มา เช่น หน่วยงาน
ต้นสังกัด เงินบริจาคจาก
ภาคเอกชน ค่าบำรุงห้องสมุด
จากสมาชิก และรายได้อื่นๆ เช่น
การเขียนโครงการขอทุนสนับสนุน
นอกจากนั้นผู้บริหารของพื้นที่
การเรียนรู้ควรยึดหลักความ
รับผิดชอบต่อสังคมในภาคธุรกิจ (CSR) โดยแสวงหาความร่วมมือ
จากภาคเอกชนในการสนับสนุน
ด้านเงินทุน

โดยงบประมาณสามารถแบ่งเป็น 2 ประเภท ดังนี้

งบ
ลงทุน

งบ
ดำเนินการ

งบลงทุน

งบประมาณสำหรับช่วงเริ่มต้น
ส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในการก่อสร้าง
อาคาร ตกแต่งพื้นที่
เตรียมเปิดบริการ

งบก่อสร้าง

งบประมาณ
ขึ้นอยู่กับ
ประเภทที่ดิน

การจัดซื้อ / เช่าที่ดิน

เฉลี่ยประมาณ
25,000
ต่อตารางเมตร

การก่อสร้าง

ขึ้นอยู่กับ
การจัดซื้อ
อุปกรณ์
และสิ่งอำนวย
ความสะดวก
ที่จะนำมาใช้

การตกแต่งภายใน

งบเตรียมการ

กรณีเลือกใช้ระบบการจัดการของ TK Park

เฉลี่ยประมาณ
140,000 บาท

เฉลี่ยประมาณ
130,000 บาท

เฉลี่ยประมาณ
230,000 บาท

จัดหาอุปกรณ์
ประกอบ
การใช้งาน
ระบบห้องสมุด
อัตโนมัติ (Walai
Autolib)

จัดหาอุปกรณ์
ประกอบการจัด
แคตตาล็อก
ทรัพยากร
สารสนเทศ

จัดหาอุปกรณ์
ประกอบ
การใช้งาน
ระบบสมาชิก
(TK Member)

งบ
ดำเนินการ

งบประมาณที่ต้องจัดสรรและบริหารจัดการ
ประจำปีตลอดระยะเวลาการเปิดให้บริการ
จำแนกได้เป็นงบสำหรับ การจ้างบุคลากร
การจัดกิจกรรม การจัดซื้อทรัพยากร
สารสนเทศเพิ่มเติม รวมทั้ง
ค่าสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น
ค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า

งบก่อสร้าง

งบจ้าง
บุคลากร

งบค่า
สาธารณูปโภค

งบบำรุงรักษา
พื้นที่

จัดสรรรายปี

งบจัดหา
ทรัพยากร
สารสนเทศ

งบ
ประชาสัมพันธ์
และจัดกิจกรรม

งบจัดหา
อุปกรณ์และ
บำรุงรักษาระบบ
IT

เตรียมความพร้อม

Get Ready

กำหนดวัน
เปิดให้บริการ

หารือเชิงนโยบาย
ด้านการให้บริการ
ร่วมกัน

จัดอบรมกระบวนการพัฒนา
ศักยภาพบุคลากรผ่านการ
ฝึกปฏิบัติงาน
(On-the-Job Training)
ให้บุคลากร
ประจำพื้นที่การเรียนรู้

นโยบายที่ชัดเจน
คือก้าวแรกสู่การสร้าง
พื้นที่การเรียน
รู้ที่ตอบโจทย์ชุมชน
อย่างแท้จริง

ขั้นตอนนี้
ต้องรู้อะไรบ้าง

หลักการบริหาร
บุคลากร

นโยบายและ
ข้อตกลง
การใช้พื้นที่

นโยบายและ
ข้อตกลง
การใช้พื้นที่

การวางนโยบายและการบริการ
อย่างชัดเจนคือกระดูกสันหลัง
ของการพัฒนา พื้นที่การเรียนรู้
ให้ยั่งยืนอย่างระยะยาวก่อนเปิดบริการ

โดยนโยบายและ
ข้อตกลงที่ควรกำหนด

มีอยู่ 4 ด้าน ประกอบด้วย

ประเภท
ของ
ผู้ใช้บริการ

ค่าบริการ

ข้อตกลง
การใช้
พื้นที่

ช่วงเวลา
เปิด
ทำการ

ผู้ใช้บริการ

ประเภทของผู้ใช้บริการ:
  • สมาชิกรายวัน (One-day Pass)
  • สมาชิกรายปี (Yearly Member)
  • สมาชิกห้องสมุดออนไลน์:
    สมัครฟรีผ่านเว็บไซต์
    ใช้บริการได้แค่ห้องสมุดออนไลน์เท่านั้น

ออกแบบให้เหมาะสมกับบริบท
ของพื้นที่ และกลุ่มเป้าหมาย เช่น
พื้นที่การเรียนรู้ที่อยู่ในค่ายทหาร
กำหนดประเภทสมาชิกเป็น
กำลังพลและครอบครัวและบุคคล
ทั่วไป หรือพื้นที่การเรียนรู้ใน
จังหวัดระยองกำหนดประเภท
สมาชิกที่เป็นองค์กรขึ้นมาใหม่
เนื่องจากจังหวัดระยองมีโรงงาน
เป็นจำนวนมาก

คำแนะนำ

กำหนดกลุ่มเป้าหมาย

กำหนดกลุ่มที่จะได้รับ
การยกเว้นค่าสมาชิก

คำนึงถึงค่าเฉลี่ยรายได้ของคนท้องถิ่น

สำรวจอัตราค่าสมาชิก
ของเครือข่ายในพื้นที่
ใกล้เคียง

ค่าบริการ

ค่าประกัน: เงินประกันความ
เสียหายสำหรับ การยืมหนังสือ
และสื่อการเรียนรู้ออกไป
ข้างนอก
ค่าปรับ: สมาชิกต้องจ่าย
หากละเมิดเงื่อนไข การบริการ
หรือก่อความเสียหาย
ค่าบริการอื่นๆ : ตามบริบท
และความเหมาะสม

คำแนะนำ

คำนึงถึงค่าเฉลี่ยรายได้
ของคนท้องถิ่น

สำรวจอัตราค่าสมาชิก
ของเครือข่ายในพื้นที่
ใกล้เคียง

การใช้พื้นที่

ข้อบังคับพื้นฐาน: เพื่อป้องกัน
ความเสียหาย ความเป็นระเบียบ
เรียบร้อยของทรัพย์สินภายใน
และอำนวยความสะดวกให้
เจ้าหน้าที่บริหารจัดการง่ายขึ้น
เช่น การถอดรองเท้า การนำ
อาหารเครื่องดื่มเข้ามารับประทาน
ข้อบังคับเฉพาะบริการ:
เกิดขึ้นจากการเจอปัญหา
ในการใช้งาน เช่น ห้ามเสียบ
แฟลชไดร์ฟที่คอมพิวเตอร์
เพื่อป้องกันไวรัส

ช่วงเวลา
เปิดทำการ

คำนึงถึงกลุ่มเป้าหมาย และคาดการณ์
ช่วงเวลาในการใช้บริการของ
กลุ่มเป้าหมาย
ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อ
การเปิด-ปิดทำการ เช่น
พื้นที่บริการเมื่อการเรียนรู้
อยู่ในอาคารของสถานที่อื่น
จึงต้องอิงเวลาปิดตาม
อาคารนั้นๆ
ปรับเปลี่ยนเวลาทำการ
ได้ตามความต้องการและ
บริบทของกลุ่มเป้าหมาย
เช่น หากเปิดเช้าเกินไป
คนในชุมชนจะติดภารกิจ
ในการเรียน หรือทำงาน

หลักการ
บริหาร
บุคลากร

เมื่อเราพูดถึงคำว่าห้องสมุดมีชีวิต
ผู้ที่ทำให้ห้องสมุดมีชีวิตขึ้นมาได้
คือบุคลากรผู้เปรียบเสมือน
สะพานเชื่อมผู้คนในท้องถิ่น
กับพื้นที่การเรียนรู้ห้องสมุดไม่ใช่
แค่พื้นที่เชิงกายภาพ อีกต่อไป
แต่เป็นสถานที่ในการแลกเปลี่ยน
องค์ความรู้ ในชุมชนอย่างยั่งยืน

บุคลากรของห้องสมุดจึงไม่ใช่
ใครที่ไหน แต่เป็นคนที่คลุกคลี
ใกล้ชิดกับคนในพื้นที่ และสามารถ
ส่งต่อความรู้ไปสู่มือคนท้องถิ่น
ขับเคลื่อนห้องสมุดของ
พวกเขาให้มีความหลากหลายและ
ตอบสนองการใช้งานของ
กลุ่มเป้าหมาย

นับได้ว่า บุคลากรเหล่านี้คือ
“นักสร้างการเปลี่ยนแปลง”
(Change Agent) ของชุมชน
อย่างแท้จริง หากขาดพวกเขาไป
พื้นที่การเรียนรู้คงจะไม่สามารถ
พัฒนาศักยภาพได้อย่างต่อเนื่อง
และยั่งยืน

คุณสมบัติ
บุคลากร

นักคิด: กล้าคิดริเริ่มสร้างสรรค์
การเรียนรู้รูปแบบใหม่
นักทดลอง: กล้าทดลอง
ปรับเปลี่ยนสิ่งต่างๆ
เพื่อผลกระทบที่ดีของสังคม
นักพัฒนา: กล้าเชื่อว่าทุกอย่าง
ต่อยอดและปรับปรุงให้ดีขึ้น
ได้เสมอ มุ่งมั่นพัฒนาตนเอง
และเรียนรู้ศาสตร์ใหม่ๆ เพื่อ
ตอบสนองความต้องการ
ของคนในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
นักบริการ: กล้าเข้าหา
มีมนุษยสัมพันธ์ดี ใจรักงานบริการ
ต่อกลุ่มคนหลากหลายที่เข้ามา
ใช้งานห้องสมุด

ขอบเขตงาน
และบทบาท

เจ้าหน้าที่ของพื้นที่การเรียนรู้
จะต้องเข้าใจการทำงานหน้าบ้าน
และหลังบ้าน โดยงานหน้าบ้านคือ
การรู้ขอบเขตงานประจำวันและ
ต้องเตรียมวางแผนงานประจำปี
ซึ่งเป็นการวางแผนภาพรวม
ของงานด้านบริการทั้งหมด
ที่จะเกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ต้อง
วางแผนจัดหาสื่อเรียนรู้จำพวก
ทรัพยากรสารสนเทศและอุปกรณ์
ต่างๆ เพื่อหมุนเวียนใช้ในห้องสมุด
เช่น 3 ครั้ง/ปี รวมถึงวางแผน
การจัดกิจกรรมทั้งปี เช่น
การเรียนเชิญวิทยากรจาก
ข้างนอก จัดกิจกรรมโดยกำหนด
ตีมรายสัปดาห์ เป็นต้น

ส่วนระบบจัดการหลังบ้าน
เจ้าหน้าที่ต้องเข้าใจระบบห้องสมุด
อัตโนมัติของ TK Park โดย
ต้องนำหนังสือทั้งหมดมาบันทึก
ข้อมูลลงในระบบและติดแถบ
สัญลักษณ์ตามฐานข้อมูล

งานบรรณารักษ์

งานกิจกรรม

งานเทคโนโลยีสารสนเทศ

งานวิชาการ

งานประชาสัมพันธ์

งานธุรการ

งานบริหาร

การกำหนด
จำนวนบุคลากร

เครือข่ายของ TK Park มีจำนวน
เจ้าหน้าที่ตั้งแต่ 3-30 คน
โดยหน่วยงานต้องคำนวณ
ตามความพร้อมและความ
เหมาะสมของศูนย์ตามปัจจัย
เหล่านี้

ขนาด (Size): หากพื้นที่
มีขนาดใหญ่มาก ก็ต้องใช้จำนวน
เจ้าหน้าที่มากขึ้นไปด้วยเพื่อ
บริการและดูแลอย่างทั่วถึง
เวลาเปิดทำการ (Opening
Hour):
หากเปิดบริการมากกว่า
8 ชั่วโมง อาจต้องใช้จำนวน
เจ้าหน้าที่มากขึ้น เนื่องจาก
ต้องมีการจัดระบบการทำงาน
เป็นกะ
การบริการ (Service): หากมี
จำนวนการบริการมาก ก็ต้องมี
จำนวนเจ้าหน้าที่มากขึ้น
ตามไปด้วย เช่น หากมีบริการ
ห้องใช้ภาพยนตร์ ก็ต้องมี
เจ้าหน้าที่ในการดูแลจัดตาราง
ฉายภาพยนตร์ประจำสัปดาห์
กิจกรรม (Activity): จำนวนเจ้าหน้าที่สัมพันธ์กับความถี่ในการจัดกิจกรรมลักษณะของกิจกรรม (Activity Character): หากมีการจัด
กิจกรรมนอกพื้นที่หรือจัดตาม
โรงเรียนจำนวนของเจ้าหน้าที่
ก็ต้องมากขึ้นตามไปด้วย

การทดสอบ
บริการ

1

ก่อนเปิดให้บริการ
เจ้าหน้าที่ต้องทดลอง
ใช้งานทั้งระบบและพื้นที่
ในฐานะเจ้าหน้าที่และ
ผู้ใช้บริการ เมื่อเจอ
ปัญหาในการใช้งาน
พวกเขาต้องปรับรูปแบบ
การให้บริการอย่าง
ทันท่วงที เช่น เคาน์เตอร์
บริการควรจะเป็น
ตำแหน่งแรกๆ ที่ผู้ใช้
บริการมองหาเมื่อ
ต้องการสอบถามข้อมูล
ยืม-คืนหนังสือ
ขอใช้บริการอินเตอร์เน็ต
และหากมีเคาน์เตอร์
บริการอยู่หลายชั้นควร
ติดกล้องวงจรปิด
เพื่อเป็นตัวช่วย

2

เจ้าหน้าที่ต้องช่วยกันหาวิธีการแก้ไขปัญหาเพื่อ
ยกระดับบริการให้ดี
ยิ่งขึ้น
เช่น หากพบ
ว่าชั้นหนังสือสูงเกินไป
สำหรับผู้ใช้บริการที่
เป็น เด็ก ต้องจัดหาเก้าอี้
บันไดมาเพิ่มเติมไว้
เพื่อให้ปีนขึ้นไปหยิบ
หนังสือ ได้สะดวกขึ้น

3

เจ้าหน้าที่ควรทดสอบ
บริการและปรับเปลี่ยน
พื้นที่
อยู่ตลอด เพื่อ
ตอบสนองต่อความ
ต้องการต่อผู้ใช้บริการ
หรือตัวเจ้าหน้าที่เอง
ทั้งยังเป็นการเปลี่ยน
บรรยากาศให้ผู้ที่ใช้
บริการได้พบเจอกับ
ประสบการณ์ใหม่ๆ
โดยสามารถทดสอบ
และทำตามง่ายๆ
ใน 4 ขั้นตอนดังนี้
หาโจทย์ที่อยากปรับเปลี่ยน: อาจมาจากปัญหาที่ผู้ใช้งาน
หรือเจ้าหน้าที่พบเจอ
เข้าโหมดทดลอง: ลองระดม
สมองในกลุ่มทีมเจ้าหน้าที่
หาไอเดียใหม่ๆ ในการ
ปรับเปลี่ยนพื้นที่
กรองผลตอบรับ: เก็บข้อมูล
ความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการ
และบันทึกสถิติการบริการ
ต่างๆ เป็นบันทึกผล
การทดลอง
นำมาปรับต่อ: นำผล
การทดลองมาพูดคุยกันในทีม
เพื่อนำไปพัฒนาปรับปรุง
พื้นที่และบริการต่อไป

เปิดบริการ

The Opening

ทดลองเปิดบริการเพื่อทดสอบระบบ

นำข้อเสนอแนะจากผู้ใช้บริการและเจ้าหน้าที่มาปรับปรุง

เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ

ประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรม เปิดตัว

การเปิดบริการ
คือการส่งมอบพื้นที่
แห่งการเรียนรู้ให้ชุมชน
และเปิดโอกาสให้การเรียนรู้
เติบโตไปพร้อมกับผู้คน

ขั้นตอนนี้
ต้องรู้อะไรบ้าง

แนะนำ
กิจกรรม

ตัวอย่าง
พื้นที่การเรียนรู้

รูปแบบบริการ
ตามกลุ่มเป้าหมาย

รูปแบบ
บริการตาม
กลุ่มเป้าหมาย

ลองจินตนาการห้องสมุดที่มีโต๊ะ
ทำงานตัวใหญ่สำหรับระดมสมอง
ประดิษฐ์สิ่งของต่างๆ มีมุมเล่า
นิทานดีๆ หนังสือหลากหลาย
ประเภทให้เลือก มีบอร์ดเกม
มากมายให้เล่น มีนิทรรศการ
ให้เดินชม หรือจะมีเสียงดนตรี
คลอให้รู้สึกผ่อนคลาย

เมื่อเปิดประตูแหล่งเรียนรู้
กลุ่มผู้ปกครองอาจจะอยากนั่งรอ
ลูก บรรดาแม่ๆได้โอกาสคุยกัน
ระหว่างที่ลูกกำลังใช้พื้นที่
กลุ่มเด็กเล็กอยากเข้ากิจกรรมเล่า
นิทานเด็ก กลุ่มนักเรียน นักศึกษา
อาจจะอยากใช้ห้องประชุม ทำงาน
คุยเล่นเรื่องซีรีส์ดัง อ่านไปงีบไป
ติวหนังสือสอบ กลุ่มผู้ใหญ่และ
ผู้สูงอายุอาจจะอยากคุยเข้ม
สภากาแฟ หรือ ออกกำลังกาย

การศึกษาข้อมูลภาคสนามของ
TK Park พบว่า
ผู้ใช้บริการทุกเพศทุกวัยที่
เข้ามาใช้พื้นที่การเรียนรู้ในแต่ละ
ช่วงเวลาของวันและสัปดาห์
มีความแตกต่างกันอย่างมี
นัยยะสำคัญ ขึ้นอยู่กับสถานที่ตั้ง
และรูปแบบการให้บริการ เช่น
นักเรียน นักศึกษาจะใช้งาน
แหล่งเรียนรู้เวลาเย็นเป็นหลัก
ผู้สูงอายุมักจะใช้เวลาช่วงสายของ
วันธรรมดาในหลายพื้นที่ และ
เพิ่มมากขึ้นในวันหยุด ส่วนช่วง
บ่ายวันหยุด พื้นที่จะเต็มไปด้วย
กลุ่มคนหลากหลาย เช่น นักเรียนที่
เข้ามาทำรายงาน ซ้อมการแสดง
ผู้ปกครองและเด็กเล็กอ่านหนังสือ
นิทาน ส่วนวัยทำงานอาจ
นั่งทำงานกับโน้ตบุ้คสักตัว

ตำแหน่งที่ตั้งของแหล่งเรียนรู้เอง
ก็มีผลกับการเข้าใช้งานของกลุ่ม
ต่างๆเป็นอย่างมาก เช่น พื้นที่
การเรียนรู้ที่อยู่ใกล้โรงเรียนจะมี
นักเรียน นักศึกษาเข้ามาใช้งาน
มากเป็นพิเศษ หรือผู้ปกครอง
จะเข้ามาใช้งานก่อนเวลาลูกหลาน
เลิกเรียน ส่วนพื้นที่การเรียนรู้
ที่อยู่ใกล้กับพื้นที่ชุมชน ขาประจำ
คือกลุ่มผู้สูงอายุที่เข้ามาใช้งาน
ช่วงสายจนถึงเที่ยงในวันธรรมดา
และมีผู้ใช้บริการทั่วไปจำนวนมาก
ในวันหยุด

ลองสำรวจกลุ่มผู้ใช้งาน 5 กลุ่ม

พร้อมตัวอย่างจริงจากผลงานของเครือข่าย TK Park ในประเทศไทย

กลุ่ม
ครอบครัว
พร้อม
เด็กเล็ก

กลุ่ม
นักเรียน

กลุ่ม
ผู้ใหญ่

กลุ่มวัยรุ่น
และนักศึกษา

กลุ่ม
ผู้สูงอายุ

กลุ่ม
ครอบครัว
พร้อม
เด็กเล็ก

เด็กเล็กคือตัวละครหลัก
ไม่ว่าพวกเขาจะอยากทำกิจกรรม
อะไร เช่น วาดรูประบายสี
อ่านนิทาน คลาน เล่นของเล่น
เสริมทักษะ ปีนป่ายในพื้นที่ที่
ถูกออกแบบไว้ พ่อแม่อาจจะร่วม
ทำกิจกรรมด้วยหรืออ่านหนังสือ
เล่นโทรศัพท์อยู่ใกล้ๆ

กิจกรรมต้นแบบ

เน้นกิจกรรมสร้างพัฒนาการ

TK Park อุทยานการเรียนรู้

ชุดการเรียนรู้ Toy Library
ในห้องเด็ก ประกอบไปด้วย
หนังสือ 1 เล่มที่คัดสรรโดย
บรรณารักษ์ของห้องสมุดเด็ก
TK Park และของเล่นไม้
เสริมทักษะ 1 ชุดจากบริษัท
แปลนทอยส์

ชุดการเรียนรู้ Sort&Count
Trees จากหนังสือเรื่อง
“แตะต้นไม้วิเศษ” และชุด
ของเล่นที่ประกอบด้วยฐาน
พร้อมเสา 4 ต้น พุ่มไม้ 10
พุ่ม เพื่อฝึกนับเลขและ
จำแนกสีผ่านต้นไม้ในฤดูกาล
ต่างๆ และช่วยเสริมสร้าง
กล้ามเนื้อมัดเล็ก ความ
สัมพันธ์ของมือและสายตา

กลุ่ม
นักเรียน

ถ้านึกถึงห้องสมุดก็มักจะนึกถึง
กลุ่มนักเรียน ก่อนเป็นอันดับแรก
พวกเขามักจะพากันมาใช้พื้นที่
ห้องสมุดแบบเป็นแก๊งเพื่อ
อ่านหนังสือ ทำรายงาน พักผ่อน
หรือใช้คอมพิวเตอร์เพื่อทำงาน
หรือรอผู้ปกครองมารับในช่วง
เวลาหลังเลิกเรียน หรือวันหยุด
โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

กิจกรรมต้นแบบ

เน้นพื้นที่เพื่อทำการบ้าน ทำงานกลุ่ม

เครือข่าย TK Park

สร้างฝันสร้างคิดส์ อุทยาน
การเรียนรู้แม่ฮ่องสอน
จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีชาว
ชาติพันธุ์หลายกลุ่มอาศัยอยู่
อุทยานจึงจัดกิจกรรมน่ารู้
ด้านภาษา เช่น ภาษาไทใหญ่
ภาษากะเหรี่ยง เด็กๆ จะได้
เรียนรู้ว่าจังหวัดของตัวเอง
มีความหลากหลายทางภาษา
และเรียนรู้มนุษย์ไปด้วย

มุมบันไดนักอ่าน อุทยาน
การเรียนรู้เมืองนครราชสีมา
หนังสือและนิยายจำนวนมาก
ทำให้มุมนี้กลายเป็นมุม
ยอดฮิตของกลุ่มเด็ก และ
วัยรุ่น แถมยังมีบริการโต๊ะพับ
และเบาะที่เด็กๆ สามารถหยิบ
ไปใช้เองได้หากที่นั่งไม่
เพียงพออีกด้วย

ศูนย์วิทยาศาสตร์พื้นฐาน
อุทยานการเรียนรู้ปัตตานี
เด็กๆ ใน 3 จังหวัดชายแดน
ภาคใต้ได้เข้าถึงสื่อการเรียนรู้
วิทยาศาสตร์ ทดลองเล่น
ทดลองทำโดยใช้อุปกรณ์
ทางวิทยาศาสตร์ที่เตรียม
ไว้ให้เล่นสนุก

กลุ่มวัยรุ่น
และนักศึกษา

กลุ่มนี้มีความต้องการในการ
ใช้งานที่ หลากหลาย ไม่ว่าจะ
เป็นการอ่านหนังสือวิชาการ
ทำรายงาน ใช้คอมพิวเตอร์
เพื่อเรียน เล่น หรือใช้ห้องสมุด
เพื่อพักใจ นอนเล่นคุยแลก
เปลี่ยน หรือซ้อมการแสดง
จึงต้องการลักษณะของพื้นที่
หลายระดับ ตั้งแต่ระดับที่เงียบ
สงบไปจนถึงพื้นที่ที่อนุญาต
ให้ใช้เสียง ได้เต็มที่

กิจกรรมต้นแบบ

เน้นพื้นที่การใช้งานหลากหลาย

TK Park อุทยานการเรียนรู้

เด็กๆ เรียนรู้และเล่นสนุก
ผ่านบอร์ดเกม ซึ่งเป็นสื่อ
การเรียนรู้ เพื่อพัฒนาทักษะ
ชีวิตผ่านการสร้างเรื่องราว
และประสบการณ์ต่างๆ
พวกเขาจะได้คิดวิเคราะห์
สวมบทบาทเป็นตัวละคร
และได้โอกาสสร้างมนุษย
สัมพันธ์กับผู้อื่น

เครือข่าย TK Park

ห้องสมุดดนตรี (Sound
Studio) ศูนย์การเรียนรู้เมือง
ฉะเชิงเทรา เดิมทีห้องสมุดนี้
เป็นห้องสมุดดนตรีเดิม
อยู่แล้ว แต่ปรับปรุงกระจกเงา
ให้ใหญ่ขึ้นจนเหมือนห้อง
ซ้อมเต้น ใครอยากมาฝึกเต้น
คัฟเวอร์ เต้นลีลาศ
เพื่อสุขภาพ หรืออัดวิดิโอ
เพื่อส่งประกวดก็ได้

กลุ่มผู้ใหญ่

อีกหนึ่งกลุ่มที่ใช้งานพื้นที่ทั้งแบบ
เดี่ยวและกลุ่ม พวกเขาอาจจะเข้า
มาทำกิจกรรมจริงจัง เช่น ทำงาน
เงียบๆ ประชุมงานออนไลน์
ฝึกทักษะบางอย่าง หรือแค่มานั่ง
อ่านหนังสือเฉยๆ รอรับบุตรหลาน
พูดคุยสัพเพเหระ ซึ่งโดยมากแล้ว
จะมาแช่ตัวอยู่ในพื้นที่ค่อนข้าง
นานและต่อเนื่อง ในช่วงวันหยุด
สุดสัปดาห์

กิจกรรมต้นแบบ

เน้นพื้นที่พักผ่อนและทำงาน

TK Park อุทยานการเรียนรู้

พื้นที่นั่งทำงานเป็นพื้นที่
ที่ดูพื้นฐานที่สุด แต่ต้อง
อาศัยความละเอียดใน
การออกแบบ เพราะปัจจุบัน
พฤติกรรมในการทำงาน
นอกสถานที่ของผู้ใช้บริการ
เติบโตไปตามยุคสมัย เช่น
บางกลุ่มอาจพกคอมพิวเตอร์
ของตัวเองมา ดังนั้นแทนที่
จะจัดเตรียมอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์ไว้บริการ
หน่วยงานควรจัดพื้นที่และ
บรรยากาศให้เหมาะสม
มากกว่า ตั้งแต่บรรยากาศ
สบายๆ แบบห้องสมุดมีชีวิต ไปจนถึงห้องเงียบซึ่งเป็น
พื้นที่ทำงานจริงจังของ
ผู้ที่ต้องการความสงบ
และใช้สมาธิในการทำงาน
หรือการอ่านอย่างเต็มที่

เครือข่าย TK Park

โครงการนี้เกิดจากการ
แก้ปัญหา ของวิถีชีวิตของ
คนระยอง เพราะที่นี่มีนิคม
อุตสาหกรรมและพนักงาน
จำนวนมาก ซึ่งทำงานเป็นกะ
ดังนั้นจึงไม่สะดวกที่จะ
เดินทางเข้าห้องสมุดในเวลา
ทำการ โครงการหนังสือ
มือถือจึงเป็นโครงการที่นำ
หนังสือเดินทางไปสู่มือของ
คนทำงานอย่างทั่วถึงมากขึ้น
ผ่านการยืม-คืน โดยห้องสมุด
จะจัดกล่องหนังสือไปตั้งไว้ที่
บริษัทครั้งละ 30-60 เล่ม/
2 เดือน

กลุ่มผู้สูงอายุ

มีชุมชนที่ไหน มีผู้สูงอายุที่นั่น

พวกเขาพูดคุยพบปะสื่อสารกัน
ที่ไหน ที่นั่นคือห้องสมุดใกล้บ้าน
ที่แทบจะเป็นบ้านหลังที่สอง
หรือสโมสรสูงวัยของคนบางคน

กลุ่มที่มาใช้บริการเป็นประจำ
จะรู้สึกเสมือนเป็น เจ้าของพื้นที่
พวกเขามักจะมาใช้บริการใน
ช่วงสายจนถึงเที่ยงในช่วง
วันธรรมดาและวันหยุด
เราอาจจะเห็นคุณตาคุณยาย
ที่ชอบอ่านหนังสือพิมพ์ นิตยสาร
หรือทำกิจกรรมเพื่อฝึกทักษะ
เช่น เล่นหมากกระดาน เต้นรำ

กิจกรรมต้นแบบ

เน้นพื้นที่พบปะสังสรรค์และกิจกรรมเสริมทักษะ

TK Park อุทยานการเรียนรู้

ดิจิทัล ไกด์ (Digital Guide)
กิจกรรมฝึกทักษะดิจิทัล
พื้นฐาน เพื่อชีวิตประจำวัน
หรือกิจกรรมยามว่างที่ใช้
วิธีการสอนผ่านไลน์กลุ่ม

เครือข่าย TK Park

กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้
ของผู้สูงอายุ ศูนย์การเรียนรู้
ฉะเชิงเทรา ผู้สูงวัยจะได้
ทั้งเรียนรู้และเสริมสุขภาพ
เช่น เต้นลีลาศ KCC สูงวัย
โอเกะ หรือโรงเรียนผู้สูงอายุ

แนะนำกิจกรรม

ลองสำรวจกิจกรรมต้นแบบ
และกลุ่มเป้าหมายที่เหมาะ
กับผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มที่สามารถ
สร้างการเรียนรู้ทั้งแบบรู้ตัวและ
ไม่รู้ตัว เพราะแม้แต่กิจกรรมที่ดู
เรียบง่ายที่สุดก็ต้องการการจัดการอย่างละเอียด

บรรยากาศที่ดีสามารถกระตุ้น
ให้ผู้ใช้บริการอยากแบ่งปันและ
สร้างสรรค์งาน ร่วมกับผู้อื่น
สิ่งอำนวยความสะดวกที่
เหมาะเจาะก็จะช่วยสร้าง
ประสบการณ์ที่ดีในการแบ่งปัน
สร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกันกับคน
ในชุมชน แต่ที่สำคัญที่สุดคือ
ความรู้สึกเป็นอิสระที่จะเรียนรู้
อะไรก็ได้ด้วยตนเอง

กิจกรรม
อ่านไป
งีบไป

ผู้ใช้งานไม่เกรงกลัวที่จะเข้ามาเรียนรู้
สื่อต่างๆ ในระยะเวลานานจึงออกแบบ
ให้บรรยากาศมีความเป็นกันเอง

ผู้ใช้งานสามารถพักเปลี่ยนอิริยาบถ
เพื่อบรรเทาความเหนื่อยล้า และกลับมา
เรียนรู้สื่อต่างๆ อย่างสดใส

กลุ่ม
เป้าหมาย
ของกิจกรรม

กลุ่มผู้สูงอายุ

กลุ่มผู้ใหญ่
วัยทำงานที่มี
ความเหนื่อยล้า

ประเภท
พื้นที่

พื้นที่สะดวกกิจกรรมสบาย

พื้นที่ผ่อนคลายเป็นกันเอง

หลักการ
ออกแบบ
พื้นที่

จำกัดจำนวนที่นั่งในบริเวณโต๊ะเดียวกัน
เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ใช้งาน
จัดท่าทางที่ตนเองรู้สึกสบาย

หลีกเลี่ยงใช้ เฟอร์นิเจอร์ ประเภทโต๊ะเก้าอี้
ที่มีขนาดเกิน 4 ที่นั่งขึ้นไปหรือโซฟา
เพื่อไม่ให้การ งีบหลับรบกวน
กิจกรรมของผู้อื่น ในโต๊ะเดียวกัน

กำหนดสัญญาณเสียงตามเวลาที่เหมาะสม
เพื่อป้องกันการงีบหลับจนนานเกินไป

กิจกรรม
เด็กเต้นเร็ว
สูงอายุเต้นช้า

พื้นที่สำหรับการฝึกฝนการแสดงออก เช่น การเต้นคัฟเวอร์
การซ้อมเชียร์ลีดเดอร์ การเต้นลีลาศ การออกกำลังกาย

กลุ่ม
เป้าหมาย
ของกิจกรรม

กลุ่มนักเรียนนักศึกษา

กลุ่มผู้สูงอายุ

ประเภท
พื้นที่

พื้นที่สะดวกกิจกรรมสบาย

พื้นที่สตูดิโอ

หลักการ
ออกแบบ
พื้นที่

เตรียมปลั๊กไฟให้เพียงพอ

เตรียมสัญญาณ อินเตอร์เน็ต
ที่มีความเร็วและเสถียร

บริหารจัดการพื้นที่กึ่งภายนอกอาคาร
ติดตั้งสิ่งอำนวยความสะดวก
เพิ่มเติมเพื่อเป็นพื้นที่ฝึกฝน

ควรเป็นพื้นที่ที่คนนอก
สามารถมองเห็นกิจกรรมที่เกิดขึ้นด้านใน
เพื่อกระตุ้นความสนใจ
ในการเรียนรู้การ แสดงออก

ใช้วัสดุพื้นที่ไม่ก่อให้เกิดเสียงดัง
และวัสดุป้องกันเสียง บริเวณประตู
หรือรอยต่อผนัง

พิจารณาติดตั้งผนังกระจกเงาบานใหญ่
เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของท่าทาง

ให้บริการอุปกรณ์
อิเล็กทรอนิกส์เคลื่อนที่ เช่น ลำโพงขนาดเล็ก

กิจกรรม
จริงจังอนาคต
E-Sport
Player

ผู้ใช้งานจะได้มีพื้นที่ที่เหมาะสม
ในการพัฒนาทักษะเพื่อแข่งอีสปอร์ต

สนับสนุนการใช้งานอย่างหลากหลาย
และทันสมัย

กระตุ้นให้ผู้ใช้งานได้ทดลอง
ฝึกฝนทักษะใหม่ๆ

กลุ่ม
เป้าหมาย
ของกิจกรรม

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฝึกฝนทักษะเกมออนไลน์แบบอีสปอร์ตอย่างเป็นทางการ

กลุ่มเป้าหมาย
โดยมากคือกลุ่มนักเรียนที่สนใจ
รวมกลุ่มฝึกฝน

ประเภท
พื้นที่

พื้นที่สะดวกกิจกรรมสบาย

พื้นที่สตูดิโอ

หลักการ
ออกแบบ
พื้นที่

ควรจัดพื้นที่ไม่ให้เสียงไปรบกวนพื้นที่อื่น

อาจสนับสนุน จอภาพแสดงผล
ขนาดใหญ่ หรือชุดเฟอร์นิเจอร์
สำหรับ อีสปอร์ตโดยเฉพาะ

ควรกำหนดเวลา
ในการใช้งานต่อรอบ
อย่างเหมาะสม

เตรียมปลั๊กไฟ
ให้เพียงพอ

เตรียมสัญญาณ อินเตอร์เน็ต
ที่มีความเร็วและเสถียร

ตัวอย่างพื้นที่
บันดาลใจ

แต่ละพื้นที่มีบริบท ความต้องการ
และแนวทางการพัฒนาที่
แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมาย
ร่วมกัน คือการสร้างพื้นที่
การเรียนรู้ที่ตอบโจทย์ผู้คน
ในชุมชน ลองสำรวจตัวอย่าง
จากเครือข่าย TK Park
ทั่วประเทศ เพื่อเรียนรู้แนวคิด
และบทเรียนจากการพัฒนา
พื้นที่จริง

พื้นที่แห่งการเรียนรู้และความเข้าใจในสังคมพหุวัฒนธรรม

ยะลา

จุดเด่น

สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง
และทำงานร่วมกับ ภาคการศึกษา
หน่วยงานภาครัฐ
และภาคประชาสังคมอย่าง ใกล้ชิด

สามารถออกแบบกิจกรรมและ
บริการใหม่ๆ ได้อย่างต่อเนื่อง

ถือเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญ
ที่ช่วยขับเคลื่อนการเรียนรู้
ตลอดชีวิต ในพื้นที่ชายแดนใต้

ความท้าทาย

การสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่
เปิดกว้าง ปลอดภัย

การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของผู้คน
ในสังคมพหุวัฒนธรรม

TK Park ยะลาเป็นมากกว่าห้องสมุด
หรือสถานที่จัดกิจกรรม แต่เป็น
พื้นที่กลางที่เปิดโอกาสให้ผู้คน
หลากหลายวัย เชื้อชาติ ศาสนาได้เข้ามา
เรียนรู้ร่วมกันในบรรยากาศที่ปลอดภัย
และเป็นมิตร

ท่ามกลางบริบทเฉพาะของ
จังหวัดชายแดนภาคใต้ TK Park ยะลา
พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้
อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการมอบสื่อ
การเรียนรู้สมัยใหม่ การส่งเสริมทักษะ
แห่งอนาคตสำหรับเด็กและเยาวชน
และที่สำคัญคือออกแบบกิจกรรมที่
คิดมาแล้วว่าเชื่อมโยงกับวัฒนธรรม
ท้องถิ่นได้ดีเพื่อตอบรับกับ
ความต้องการของคนในพื้นที่
อย่างแท้จริง

หน่วยงานเจ้าภาพ

TK Park ยะลา

ทำเลที่ตั้ง

จังหวัดยะลา

เรียนรู้บนความแตกต่าง
สร้างพลังจากความหลากหลาย

ปัตตานี

จุดเด่น

สะท้อนอัตลักษณ์ของเมือง
พหุวัฒนธรรมที่ผู้คนต่างศาสนา
ภาษา และวิถีชีวิตสามารถอยู่ร่วมกัน
ได้อย่างสร้างสรรค์

มีศักยภาพในการสร้าง
เครือข่ายความร่วมมือกับ
สถานศึกษา และหน่วยงานต่างๆ

ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงพื้นที่
การเรียนรู้และกิจกรรมที่
สอดคล้องกับวิถีชีวิตของตน

ความท้าทาย

การออกแบบการเรียนรู้ที่
เชื่อมโยงความหลากหลาย
ทางศาสนา ภาษา และวัฒนธรรม

การสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชน

TK Park ปัตตานีเปิดโอกาสให้เด็ก
เยาวชน และประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึง
พื้นที่การเรียนรู้คุณภาพและกิจกรรม
ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมการอ่าน
การคิดวิเคราะห์ หรือการเรียนรู้
ผ่านประสบการณ์จริงถูกออกแบบ
มาให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตและบริบทของชุมชน

นอกจากจะสะท้อนอัตลักษณ์ของเมือง
พหุวัฒนธรรมที่ผู้คนต่างศาสนา ภาษา
และวิถีชีวิตสามารถอยู่ร่วมกัน
ได้อย่างสร้างสรรค์ผ่านกระบวนการ
เรียนรู้ที่เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่น
เข้ากับองค์ความรู้ร่วมสมัย
ความเข้มแข็งของ TK Park ปัตตานี
คือการสร้างการมีส่วนร่วมจากคนใน
พื้นที่ ตั้งแต่ การร่วมออกแบบกิจกรรม
และการพัฒนาเนื้อหา ไปจนถึงการสร้าง
เครือข่ายความร่วมมือกับสถานศึกษา
และหน่วยงานต่างๆ พื้นที่แห่งนี้
จึงเติบโตไปพร้อมกับชุมชนอย่างแท้จริง

หน่วยงานเจ้าภาพ

TK Park ปัตตานี

ทำเลที่ตั้ง

จังหวัดปัตตานี

เชื่อมโยงภูมิปัญญาท้องถิ่น
สู่เมืองแห่งการเรียนรู้

พะเยา

จุดเด่น

นำทุนทางวัฒนธรรมและ
องค์ความรู้ท้องถิ่นมาผสมผสานกับ
แนวคิดการเรียนรู้สมัยใหม่

ออกแบบกิจกรรมที่ตอบโจทย์
ทั้งด้านวิชาการ ทักษะอาชีพ
และทักษะชีวิต

สามารถรักษาเอกลักษณ์ของชุมชนไว้ได้อย่างกลมกลืน

ความท้าทาย

การสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่เปิดกว้าง ปลอดภัย

การส่งเสริมการอยู่ร่วมกันของผู้คนในสังคม
พหุวัฒนธรรม

TK Park พะเยาเป็นศูนย์กลางการ
เรียนรู้ที่เชื่อมโยงผู้คน ชุมชน และ
ภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้าด้วยกัน โดยเปิด
พื้นที่ให้ประชาชนทุกช่วงวัยได้พบปะ
แลกเปลี่ยน และพัฒนาศักยภาพ
ของตนเองผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย

องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
สถานศึกษา และภาคีเครือข่ายต่างๆ
ร่วมมือกันทำงานอย่างเข้มแข็ง
ส่งผลให้ TK Park พะเยามีบทบาท
สำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาเมือง
แห่งการเรียนรู้ (Learning City)
และสร้างวัฒนธรรม การเรียนรู้
ให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของประชาชน

หน่วยงานเจ้าภาพ

TK Park พะเยา

ทำเลที่ตั้ง

จังหวัดพะเยา

ศูนย์กลางการเรียนรู้ของ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

นครราชสีมา

จุดเด่น

ทำเลที่ตั้งรายล้อมไปด้วยสถาบันการศึกษา หน่วยงานสำคัญ และพื้นที่สาธารณะของเมือง ประชาชนจึงเข้าถึงได้ง่าย

รองรับการเรียนรู้ที่หลากหลาย

เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเรียนรู้ตลอดชีวิต
ของภูมิภาค

ความท้าทาย

การพัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ให้รองรับผู้ใช้บริการ
ที่หลากหลาย

การเชื่อมโยงเครือข่ายการเรียนรู้ในระดับ
ภูมิภาคอย่างมีประสิทธิภาพ

TK Park นครราชสีมามีบทบาทสำคัญ
ในฐานะศูนย์กลางการเรียนรู้ของ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยรองรับ
การเรียนรู้ที่หลากหลาย ตั้งแต่
การศึกษา การพัฒนาทักษะอาชีพ
การสร้างสรรค์นวัตกรรม ไปจนถึง
การเรียนรู้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิต
ทั้งยังส่งเสริมทักษะแห่งอนาคต
ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง
ของสังคมและเศรษฐกิจ

ประชาชนจากหลากหลายพื้นที่สามารถ
เข้าถึงพื้นที่การเรียนรู้คุณภาพได้ง่าย
เนื่องจากทำเลที่ตั้งของพื้นที่การเรียนรู้
แห่งนี้รายล้อมด้วยสถาบันการศึกษา
หน่วยงานสำคัญ และพื้นที่สาธารณะ
ของเมือง

TK Park นครราชสีมาจึงทำหน้าที่
เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยง
องค์ความรู้และโอกาสการเรียนรู้
สู่ประชาชนในวงกว้าง เนื่องจากสามารถ
สร้างเครือข่ายความร่วมมือที่แข็งแกร่ง
กับสถาบันการศึกษา ภาครัฐ ภาคเอกชน
และภาคประชาสังคม จึงถือได้ว่าเป็น
กำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการเรียนรู้
ตลอดชีวิตของภูมิภาค

หน่วยงานเจ้าภาพ

TK Park นครราชสีมา

ทำเลที่ตั้ง

จังหวัดนครราชสีมา

หากหน่วยงานของคุณ
พร้อมเปลี่ยนพื้นที่ในชุมชน

ให้กลายเป็นศูนย์กลาง
การเรียนรู้

เริ่มต้นได้ที่นี่

หน่วยงานสามารถใช้คู่มือนี้
เป็นแนวทางในการออกแบบและ
พัฒนาพื้นที่การเรียนรู้ที่มีชีวิต
โดยเริ่มต้นจากศักยภาพและบริบท
ของพื้นที่ที่มีอยู่

TK Park พร้อมเป็นพันธมิตร
ในการให้คำปรึกษา ถ่ายทอด
องค์ความรู้ และสนับสนุนการพัฒนา
ระบบนิเวศการเรียนรู้ เพื่อสร้างพื้นที่
ที่ตอบโจทย์ชุมชนและเติบโต
ได้อย่างยั่งยืน

สนใจ
เข้าร่วม

สนใจเข้าร่วมเป็นเครือข่าย TK Park
สามารถติดต่อกลับมายังอีเมล

nwd@tkpark.or.th

พร้อมระบุข้อมูลดังนี้

ชื่อ-นามสกุล

ตำแหน่ง

หน่วยงาน / องค์กร

จังหวัด

เบอร์โทรศัพท์

อีเมล

เจ้าหน้าที่จะติดต่อกลับ
พร้อมส่งแบบประเมินข้อมูลเครือข่ายเบื้องต้นเพื่อดำเนินการในขั้นตอนต่อไป

Outro Section Image
ร่วมเป็นเครือข่าย